วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

กิจกรรมที่ 2:  ศึกษาประวัติการศึกษาของประเทศไทย แล้วนำมาวิเคราะห์ตามประเด็นต่อไปนี้
2.1  ศึกษาแผนการศึกษาของประเทศไทย ตั้งแต่ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับหน้าที่ของทฤษฏีหลักสูตร
2.2  วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาของประเทศไทยกับทฤษฏีหลักสูตร
 ศึกษาแผนการศึกษาของประเทศไทย ตั้งแต่ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ศึกษาแนวคิด เกี่ยวกับหน้าที่ของทฤษฏีหลักสูตร
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 1)   เน้นให้การศึกษา 3 ส่วน จริยศึกษา พุทธิศึกษา และพลศึกษา  เรียนประถมศึกษา 4 ปี
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2)  เรียนประถมศึกษา 4 ปี  เร่งรัดให้ประชาชนสำเร็จการศึกษาเพื่อเร่งพัฒนาชาติ
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3)  เพิ่มหัตถกรรม การฝึกหัดอาชีพและการประกอบอาชีพ รวมเป็น 4 ส่วน คือ พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา ขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 7 ปี
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4)  ขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 7 ปี  เน้นการศึกษา 4 ส่วน  ประถม 7 ปี (ศึกษาภาคบังคับ) มัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 2 ปี
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 5)  ส่งเสริมคณะบุคคลหรือเอกชนในการจัดการการศึกษา
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 6)   ลดชั้นประถมลง 1 ปี เพิ่มชั้นมัธยมปลาย 1 ปี  เวลาเรียนยังเป็น 12 ปี  ให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบโรงเรียนเป็นพิเศษ
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 7)   พัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เน้นการพัฒนาบุคคล 4 ด้าน คือ ปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม ทักษะในการประกอบอาชีพ

แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 8) เก่ง ดี มีสุข พัฒนาคนอย่างรอบด้าน  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณธรรม ภูมิปัญญา และการเรียนรู้ ส่งเสริมการวิจัย  ขจัดปัญหาความยากจน พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดระบบทรัพยากรและการลงทุนทางการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
แผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุง) ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดทางสายกลาง มีความรอบรู้เท่าทันโลก                           ( อ้างอิงจาก www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=1845 )
ทฤษฏีหลักสูตร   จากความหมายต่าง ๆ ของหลักสูตร การวางแผนพัฒนาหลักสูตรจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อและทฤษฎีต่าง ๆ ทางการศึกษาซึ่งมีนักการศึกษา ได้กำหนดไว้หลายแนวทาง
สุเทพ อ่วมเจริญ(2555:4)  กล่าวว่า   ทฤษฎีหลักสูตร   มีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า ทฤษฎีเป็นพื้นฐาน จากนั้นจึงทำความเข้าใจความหมายของคำว่าทฤษฎีหลักสูตร
การสร้างทฤษฏีหลักสูตร  สาระสำคัญในกระบวนการพัฒนาทฤษฏีหลักสูตรได้มาจากการศึกษาวิจัยหรือการคิดแบบอุปนัยและนิรนัย(inductive and deductive thingking ) วิธีการอุปนัย เป็นการให้เหตุผลโดยอาศัยข้อเท็จจริงแล้วสรุปออกมาเป็นกฎ กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการใช้เหตุผลที่ดำเนินจากส่วนย่อยไปหาส่วนรวม ส่วนการนิรนัยเป็นการสรุปจากหลักเกณฑ์
สุเทพ อ่วมเจริญ(2555:5)  กล่าวถึง หน้าที่ของทฤษฎีไว้4ประการ ดังนี้
  1. บรรยาย(Description)   เป็นการบอกเล่าเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่หรือจัดจำแนกประเภทของความรู้ที่มีรายละเอียดตามทฤษฎี ซึ่งมีการปรับแต่งโครงสร้างด้วยการแปลความหมายของแต่ละคนที่มีความซับซ้อนของกิจกรรมที่สามารถปรับได้ โดยสรุปเป็นการจัดการและสรุปความรู้
                2. ทำนาย(Prediction)    การทำนาย-ทฤษฎีสามารถทำนายเหตุการณ์ทั้งที่เหตุการณ์นั้นยังไม่เกิด ทั้งนี้อาศัยพื้นฐานหลักการอธิบายเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน บางครั้งการทำนายเป็นการทำหน้าที่อยู่เหนือความคาดหมาย
3. อธิบาย(Explanation)   อธิบายคำว่า ทำไม ไม่เพียงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ แต่ไม่ได้ให้ข้อเสนอแนะทั้งสิ่งที่ชัดแจ้งหรือสิ่งที่แฝงอยู่ที่เป็นเหตุผลในสัมพันธ์ภาพนั้นๆ
4. แนะแนว(Guidance)    ทฤษฎีทำหน้าที่เดียวกันกับการแนะแนว ทฤษฎีช่วยนักวิจัยเลือกข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และสร้างข้อสรุปจากข้อมูล ทฤษฎีจึงส่งเสริมการค้นคว้าต่อเนื่อง                                            
                  
                  วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาของประเทศไทยกับทฤษฏีหลักสูตร
พระราชบัญญัติการศึกษาเป็นกฎข้อกำหนดที่บังคับใช้ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางที่เป็นแบบฉบับทางการศึกษาของชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบและหลักการไปตามรูปทฤษฏีของหลักสูตรการศึกษา อันประกอบไปด้วย ปัจจัยทางการศึกษาต่างๆ เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาตลอดชีวิต สถานศึกษา ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน   ทฤษฏีสร้างขึ้นจากพื้นฐานความจริงที่ทำการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ออกมาในรูปของสถิติที่วัดค่าและสามารถเชื่อถือได้ จึงนำมาสู่กระบวนการจัดสันและทำการออกแบบเป็นรูปของทฤษฏีหลักสูตรและหลักสูตรต่างๆ กล่าวคือทุกขั้นตอนเป็นผลสืบเนื่องกันจวบจน การกำหนดทิศทางให้เป็นไปในทางเดียวกันของการศึกษาของประเทศและออกมาเป็นพระราชบัญญัติทางการศึกษา